thai english
image

SS License

โครงการทบทวนการอนุญาต

                 

             โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย THAILAND 4.0 ของรัฐบาล โดยการพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีพ หรือการประกอบอาชีพ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ตลอดจนพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับ ที่มีผลใช้บังคับอยู่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ 
              กลไกขับเคลื่อนโครงการ คือ “คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชน” โดยมีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการฯ ภายใต้กำกับของคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายโดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  ประธานกรรมการฯ ซึ่งจะพิจารณาให้ความเห็นชอบการทบทวนกฎหมายและเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ  เครืองาม) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 

 


 

   เป้าหมาย

  • บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย 
  • เพื่อมิให้กฎหมายสร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจำเป็น 
  • เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 
  • ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน
     

   วัตถุประสงค์

  • ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็น ล้าสมัย เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีพของประชาชน 
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และลดภาระการบริหารราชการแผ่นดิน  
  • ดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 
  • สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ  

 

 


           

               ทำเพื่อใคร ได้ประโยชน์อะไร : ลดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา และเพิ่มความโปร่งใส
 

   ประชาชน
             ความสะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
   ภาคเอกชน
             ยกระดับการทำงานที่เกี่ยวกับการอนุญาต โดยการลดขั้นตอน ลดเอกสาร เพิ่มความรวดเร็ว
            ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อประสานงาน

   ภาครัฐ 
             ลดกระบวนการทำงาน และระยะเวลาของหน่วยงานราชการ รวมถึงสามารถนำฐานข้อมูลไปใช้
            ในการวิเคราะห์ภาพรวมกระบวนการขออนุญาต เพื่อใช้ทบทวนการยกเลิกกฎหมาย หรือกระบวนงาน
            ที่เกี่ยวกับการอนุญาตในอนาคต

 

 

  แนวทางการทำงาน (Conceptual Framework) 

 

 คำนวนต้นทุนอันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย

 

 

  จัดทำข้อเสนอแนะการทบทวนใบอนุญาตภายใต้หลักการ 5Cs ประกอบด้วย Cut Continue Combine Change และ Create 

          กล่าวคือ เมื่อได้ศึกษาใบอนุญาตตาม Conceptual Framework พร้อมคำนวณตัวเลขภาระที่ประชาชนต้องแบกรับจากกฎหมาย กฎ ระเบียบ และกระบวนงาน และเป็นภาระบุคลากร ภาครัฐก็สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาแก้ไขปรับปรุง โดยรัฐจะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ความจำเป็นความเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ และความได้สัดส่วนระหว่างสภาพปัญหากับมาตรการที่เลือกใช้ รวมถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ    ดังนั้น แนวทางการจัดทำข้อเสนอแนะจะดำเนินการภายใต้หลักการ 5Cs ต่อประเด็นกฎหมาย กฎ ระเบียบ และกระบวนงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • Cut คือ การยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนงาน 
  • Change คือ การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนงานบางส่วน
  • Combine คือ การรวมกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนงานไว้ด้วยกัน
  • Continue คือ การคงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกระบวนงานไว้เช่นเดิม
  • Create คือ การยกร่างกฎหมายขึ้นใหม่

 

 

 

 

 

   บทสำเร็จของประเทศที่ทำ Regulatory Guillotine โครเอเชีย เกาหลีใต้ เม็กซิโก เวียดนาม  

        ในต่างประเทศ ถือว่ากระบวนการทบทวนใบอนุญาต (Regulatory Guillotine) เป็นกลไกยกเลิกกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายให้ง่ายต่อการปฏิบัติตามมากขึ้น โดยใช้วิธีที่รวดเร็ว โปร่งใส เป็นวิทยาศาสตร์ ต้นทุนต่ำ และ มีส่วนร่วมจากสาธารณะ หลักการสำคัญของ Regulatory Guillotine คือ กฎหมายใดที่ไม่จำเป็นในระบบ เศรษฐกิจแบบตลาดจะถูกยกเลิก ส่วนกฎหมายที่จำเป็นแต่ไม่เอื้อต่อธุรกิจจะถูกปรับทอนความยุ่งยากซับซ้อนลง (simplified) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและความไม่แน่นอนของธุรกิจที่เกิดจาก กฎหมาย ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ

 

บทสำเร็จจากประเทศ โครเอเชีย เกาหลีใต้ เม็กซิโก เวียดนาม

 


 

   การทบทวนใบอนุญาต (Regulatory Guillotine) ของแต่ละประเทศ  

   เวียดนาม กฎหมายที่ใช้กระบวนการ Regulatory Guillotine ในระยะเวลา 2 ปี คือ กฎหมายทุกระดับของรัฐบาล หลักการสำคัญของ Regulatory Guillotine ในประเทศเวียดนามจะยึดหลักความถูกต้องทางกฎหมาย (Legality) ความจำเป็น (Need) ค่าใช้จ่าย(Cost) และผลกระทบจากองค์การค้าโลก (WTO impact) จำนวนกฎหมายทั้งหมดของประเทศเวียดนามก่อนดำเนินกระบวนการ Regulatory Guillotine คือ 5,421 กระบวนการ ทั้งนี้ภายหลังผ่านกระบวนการ Regulatory Guillotine กฎหมายประเทศเวียดนามลดลงร้อยละ 8.8 และกระบวนการกฎหมายสะดวกขึ้น ร้อยละ 77 ส่งผลให้ประมาณการได้ว่าประเทศเวียดนามสามารถลดค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจได้ถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

  เม็กซิโก กฎหมายที่ใช้กระบวนการ Regulatory Guillotine ในระยะเวลา 9 เดือน คือ กฎระเบียบเชิงพิธีการ (Formalities) หลักการสำคัญของ Regulatory Guillotine ในประเทศเม็กซิโกจะยึดหลักความถูกต้องทางกฎหมาย (Legality) ความจำเป็น (Need) ค่าใช้จ่าย (Cost) จำนวนกฎหมายทั้งหมดก่อนดำเนินกระบวนการ Regulatory Guillotine ของประเทศเม็กซิโกคือ 2,038 กระบวนการ ทั้งนี้ภายหลังผ่านกระบวนการ Regulatory Guillotine กฎหมายของประเทศเม็กซิโกลดลงร้อยละ 54 และกระบวนการกฎหมายสะดวกขึ้น ร้อยละ 27 

  เกาหลีใต้ กฎหมายที่ใช้กระบวนการ Regulatory Guillotine ในระยะเวลา 11 เดือน คือ กฎหมายทุกลำดับ หลักการสำคัญของ Regulatory Guillotine ประเทศเกาหลีใต้จะยึดหลักความถูกต้องทางกฎหมาย (Legality) ความจำเป็น (Need) ค่าใช้จ่าย (Cost) จำนวนกฎหมายทั้งหมดก่อนดำเนินกระบวนการ Regulatory Guillotine คือ 11,125 ทั้งนี้ ภายหลังผ่านกระบวนการ Regulatory Guillotine กฎหมายของประเทศเกาหลีใต้ลดลงร้อยละ 48.8 และ กระบวนการกฎหมายสะดวกขึ้น ร้อยละ 21.7 ส่งผลให้ประมาณการทางเศรษฐกิจได้ว่าประเทศเกาหลีใต้ สามารถสร้างงานเพิ่ม 1,066,200 ตำแหน่ง ทำให้ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 และมีปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) เพิ่มขึ้น 36.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

  โครเอเชีย กฎหมายที่ใช้กระบวนการ Regulatory Guillotine คือ กฎหมายธุรกิจ หลักการสำคัญของ Regulatory Guillotine ประเทศโครเอเชียจะยึดหลักความถูกต้องทางกฎหมาย (Legality) ความจำเป็น (Need) ค่าใช้จ่าย (Cost) ทั้งนี้ จำนวนกฎหมายทั้งหมดก่อนดำเนินกระบวนการ Regulatory Guillotine คือ 1,451 ทั้งนี้ภายหลังผ่านกระบวนการ Regulatory Guillotine กฎหมายของประเทศโครเอเชียลดลงร้อยละ 15 และกระบวนการกฎหมายสะดวกขึ้น ร้อยละ 10 ส่งผลให้ประมาณการได้ว่าประเทศโครเอเชีย สามารถลดค่าใช้จ่ายในการประกอบการธุรกิจได้ 65.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีและ ทำให้ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.13